ข้อผิดพลาดในการสมัครงาน

สมัครงาน

หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังหางานอยู่ คงจะคิดหนักใช่ไหมว่าเราจะหางานอย่างไรดีให้ได้งาน เพราะปัจจุบันนี้งานต่างๆ ก็เริ่มหายากมากขึ้นทุกทีเลยก็ว่าได้ จะดีแค่ไหน หากว่าเราเลือกสมัครงานที่ดีและเหมาะสมกับตนเอง และวันนี้จะพามาดูกันว่าข้อผิดพลาดที่ทำให้คุณไม่ได้งานมีอะไรบ้าง พร้อมแล้วมาดูกันเลย 

1.ไม่ทำให้ตัวเองมีจุดเด่น 

บางคนมักจะคิดว่าตนเองไม่มีจุดเด่นและที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เวลาที่คิดว่าเราไม่มีจุดเด่นก็เลยไม่ขวนขวายที่จะทำให้ตนเองมีจุดเด่นเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นบางคนนั้นเลือกที่จะทำตามคนอื่นๆ ไปหมด ไม่ดูว่างานอะไรที่เราชอบหรืออยากทำ เป็นต้น 

2.ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ 

อีกหนึ่งสิ่งที่จัดได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดก็คือเราไม่รู้ว่าเราทำอะไรได้ เนื่องจากว่าความไม่มั่นใจของตนเอง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการรู้ว่าเราทำอะไรเก่งที่สุด ทำอะไรได้ดีที่สุด เมื่อทำได้ดีก็ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ไม่กลัว  

3.สมัครงานไม่ถูกกับเรา 

อีกหนึ่งอย่างที่หลายๆ คนไม่รู้ว่ามันคือข้อผิดพลาดก็คือไม่รู้ว่างานอะไรนั้นเหมาะสมกับเราที่สุด ยกตัวอย่างง่ายๆ ได้แก่ บางคนเลือกงานที่มีเงินเดือนสูง แต่งานเหล่านั้นไม่ตรงกับความถนัดของเราเอง อันจะส่งผลให้เกิดข้อเสียหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้จัดงานมองข้ามความสามารถของเราไป  การเลือกงานที่เหมาะสมกับเราดูจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าและทำให้เราไม่ต้องเครียดอีกด้วย 

4.ไม่รู้ว่างานของเรามีขอบข่ายอย่างไร 

อีกหนึ่งอย่างที่บางคนไม่รู้กันก็คือขอบข่ายงานของเรานั่นเอง โดยปกติแล้ว เวลาที่เราทำงาน เราก็ต้องรู้ขอบข่ายงานจึงจะทำให้งานเกิดประสิทธิภาพ หากว่างานที่ใกล้เคียงหรือว่าดีกว่าปกติ ก็จะทำให้เกิดโอกาสการหางานที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 

5.ไม่ยอมปรับเรซูเม่ 

สำหรับใครที่คิดว่าเรซูเม่ของเราดีมากพอ และอยากจะสะสมผลงานของตนเอง สิ่งที่คุณอาจจะยังไม่รู้ก็คือการปรับแต่งพอร์ตสำหรับสะสมผลงานนั้น คือสิ่งสำคัญมาก เพราะบางคนผู้เปิดรับสมัครจะเห็นได้ว่าคุณน่าสนใจหรือไม่ อย่างไรก็จากพอร์ตนี่เอง 

และนี่ก็คือสิ่งที่ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดในการสมัครงานหากว่าใครทำแบบนี้อยู่ ก็ถึงเวลาที่จะเลือกแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดผลเสียในภายหลังได้  

วิธีอ่าน Date Code อย่างถูกต้องที่ร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ไม่เคยบอก!

รับซื้อกระเป๋าแบรนด์

การอ่าน Date Code ยากพอๆ กับการทำข้อสอบ หรือยากพอๆ กับแกทเชื่อมโยงเลยทีเดียว ดังนั้น หลายๆ ท่านจึงมักโดนย้อมแมวจากการที่อ่าน Date Code กันไม่เป็นนี่ล่ะ ทางเราจึงยอมไม่ได้ที่จะเห็นคุณโดนหลอก เราจึงได้รวบรวมวิธีการอ่าน Date Code อย่างง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ที่ร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ไม่เคยบอกมาฝาก รับรองว่า หากอ่านบทความนี้จบการอ่าน Date Code จะเป็นเรื่องหมูๆ ไปเลย

วิธีอ่าน Date Code อย่างถูกต้องที่ร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ไม่เคยบอก!

ก่อนอื่นคุณต้องทราบก่อนว่ากระเป๋าที่ผลิตก่อนปี ค.ศ.1980 หากผลิตที่ French Company จะไม่มี Date Code แต่จะมีแค่ tyvek-like tag หากผลิตที่ Saks Fifth Avenue จะไม่มี Date Code แต่จะมีแค่ stamp และหากผลิตที่ Fabric Design – จะไม่มี Date Code แต่จะมีแค่ stamp เช่นกัน

วิธีการอ่าน Date Code สำหรับกระเป๋าปี ค.ศ.1980 เป็นต้นมา มีดังนี้

  • 3 numbers YYM – 821 is January 1982 
  • 4 numbers YYMM – 8312 is December 1983 
  • 2 letters 3 numbers LL YYM – TH 863 is March 1986 
  • 3 numbers 2 letters YYM LL – 865 TH is May 1986 
  • 2 letters 4 numbers LL YYMM – TH 8812 is December 1988 
  • 4 numbers 2 letters YYMM LL – 8910 TH is October 1989 

วิธีการอ่าน Date Code สำหรับกระเป๋าปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา มีดังนี้

Date Code จะเป็น 2 ตัวอักษร 4 ตัวเลข โดยตัวอักษรแสดงถึงสถานที่ผลิต ตัวเลขแสดงเดือนและปีที่ผลิต โดยตัวเลขตัวที่ 1,3=เดือน ตัวที่ 2,4=ปี เช่น VI 0928 คือ กระเป๋าหลุยส์ที่ผลิต ฝรั่งเศส เดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1998 

วิธีการอ่าน Date Code สำหรับกระเป๋าปี ค.ศ.2007 – ปัจจุบัน มีดังนี้ 

Date Code จะเป็น 2 ตัวอักษร 4 ตัวเลข โดยตัวอักษรแสดงถึงสถานที่ผลิต ตัวเลขแสดงสัปดาห์และปีที่ผลิต โดยตัวเลขตัวที่ 1,3=สัปดาห์ ตัวที่ 2,4=ปี เช่น SP1029 คือ กระเป๋าหลุยส์ที่ผลิต ฝรั่งเศส สัปดาห์ที่12 ปี ค.ศ.2009 
และทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือ วิธีการอ่าน Date Code อย่างง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ที่ร้านรับซื้อกระเป๋าแบรนด์ไม่เคยบอกที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้ จบบทความนี้ไป ก็อย่าลืมหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรดของคุณมาลองอ่าน Date Code กันดูนะ

หาซื้อ กระเป๋าแบรนด์เนมของแท้ต้อง Brandnameexchange

ต้อง Work from Home กันยาวแบบนี้เลือกประกันรถยนต์แบบไหนดีถึงจะคุ้ม

ประกันรถยนต์

สำหรับสถานการณ์โควิด 19 ในไทยในตอนนี้ก็ยังน่าเป็นห่วง มาตรการต่าง ๆ ที่จะต้องให้คนลดการเดินทางถูกนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการ Work from Home ที่ตอนนี้ทั้งส่วนราชการและเอกชนต่างทำไปมากกว่า 70 – 80 % เมื่อลดการเดินทางและอยู่บ้านมากขึ้น หลายคนจึงไม่ได้ใช้รถเหมือนที่ผ่านมา ตรงนี้จึงเริ่มทำให้หลายคนเริ่มคิดถึงเรื่องการเปลี่ยนประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์

และดูทีท่าแล้วสถานการณ์การณ์คงไม่คลี่คลายได้ง่าย ๆ โอกาสที่หลายคนจะต้องเปลี่ยนมา Work from Home กันยาว ๆ ก็มีสูง เมื่อไม่ต้องเดินทาง การใช้รถก็ลดลงตามไปด้วย หากเป็นแบบนี้หากจะเลือกทำประกันหรือเปลี่ยนประกันรถยนต์ ควรจะเลือกเป็นแบบไหนถึงจะคุ้มค่าและเหมาะสมกับสภาพการณ์ เรามีคำแนะนำมาฝาก

เข้าใจขอบเขตความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละแบบ

ประกันรถภาคสมัครใจที่เราเลือกซื้อเพิ่มเติมเองได้นั้น ปัจจุบันก็จะมีอยู่ 5 แบบ ทุกบริษัทก็จะเป็นเหมือนกันหมด นั่นคือ มีตั้งแต่ประกันชั้น 1, ประกัน 2+, ชั้น 2, 3+, และประกันชั้น 3 เป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งระดับขอบเขตความคุ้มครองก็จะลดหลั่นตามลำดับชั้นกันลงไป โดยจะกล่าวสรุปให้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ดังนี้

1.หากเกิดความเสียหายต่อตัวรถยนต์

ถ้าเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 จะคุ้มครองให้ทั้งรถคุณและรถคู่กรณี แม้ไม่มีคู่กรณีประกันชั้น 1 ก็ยังมีการชดเชยให้ และประกันที่ให้การดูแลที่ใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 มากที่สุดก็คือ ประกัน 2+ แม้จะให้ความคุ้มครองได้ใกล้เคียงแต่ด้วยเบี้ยประกันที่ถูกกว่าจึงอาจมีเงื่อนไขชดเชยที่ลดหลั่นลงมากในบางกรณี ส่วนประกันชั้น 2 และ 3 นั้นจะดูแลชดเชยความเสียหายต่อตัวรถของคู่กรณีเท่านั้น ถ้ารถผู้ทำประกันเสียหายต้องจ่ายค่าซ่อมเอง

2.กรณีอุบัติภัย (รถหาย, ไฟไหม้, ภัยธรรมชาติต่าง ๆ)

ประกันชั้น 1, 2+และชั้น 2 จะดูแลชดเชยในส่วนนี้ ตามทุนประกันที่ทำไว้ แต่ประกันชั้น 3 จะไม่คุ้มครองมาถึงในกรณีนี้

3.ดูแลชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอก

ประกันทั้ง 5 แบบจะดูแลกรณีนี้ทั้งหมด ลดหลั่นกันไปตามทุนประกัน

4.คุ้มครองแนบท้ายส่วนอื่น ๆ

อย่างค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม ค่าประกันตัวกรณีการถูกดำเนินคดี ก็จะมีดูแลในส่วนนี้ในประกันทั้ง 5 แบบแต่วงเงินประกันจะไม่เท่ากัน ซึ่งตรงนี้ผู้ทำประกันสามารถปรับเปลี่ยนวงเงินได้

ใช้รถน้อยลงแบบนี้เลือกประกันแบบไหนดี

เมื่อเห็นภาพรวมของประกันรถแต่ละแบบแล้วว่าดูแลเราอย่างไรบ้าง ทีนี้การจะพิจารณาว่าจะต่อประกันแบบไหนในช่วงที่ใช้รถน้อยลงแบบนี้ ก็ให้พิจารณาจากพื้นฐานตัวคุณก่อนว่ามีสไตล์การขับขี่อย่างไร ถ้าเป็นคนใจร้อนขับรถเร็ว หรือเป็นมือใหม่หัดขับ บางครั้งอาจจะไม่ต้องเปลี่ยนลดระดับประกันก็ได้ แต่ถ้าใครรู้สึกว่าต้องการเซฟเงินขึ้นอีกนิด ก็แนะนำว่าให้ลดระดับประกันลง 1 ขั้น

ตัวอย่างเช่น เดิมมีประกันชั้น 1 อยู่ ก็ให้ต่อหรือเปลี่ยนประกันเป็น 2+ เดิมทำ 2+ อยู่ก็ให้ลดลงมาอยู่ที่ชั้น 2 อย่างนี้เป็นต้น ตรงนี้ก็จะช่วยเซฟเงินลงไปได้ แต่ความคุ้มครองที่คุ้มค่าก็ยังคงมีอยู่ และก็ดูเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้นด้วยนั่นเอง

นี่คือแนวทางการปรับเปลี่ยนการทำประกันรถให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ต้อง Work from Home กันยาว ๆ แบบนี้ซึ่งหากใครยังไม่แน่ใจว่าตนเองควรเปลี่ยนประกันดีไหม ผู้เขียนขอแนะนำให้เหาข้อมูลเช็กเบี้ยและความคุ้มครองประกันรถยนต์แบบต่าง ๆ ของแต่ละบริษัทประกันได้เลยที่ EasyCompare เช็กง่ายทำได้สะดวก ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นอีกเยอะ

การเต้นเพลงต่างๆจะช่วยลดน้ำหนักและได้ความบันเทิงด้วย

การเต้นลดน้ำหนัก

                ในปัจจุบันนี้เรื่องของการเต้นนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างที่สุดเลยเพราะว่าในเรื่องของการเต้นก็จะช่วยทำให้เราได้ผ่อนคลายและได้เพลิดเพลินใจได้อย่างยิ่งเลยด้วยเพราะทุกๆอย่างในเรื่องของความบันเทิงนั้นจะช่วยทำให้หลายๆคนได้เป็นคนที่เครียดนั้นได้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นด้วย

                เราเองจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจกับเรื่องของการเต้นด้วยเพราะว่าการที่เราได้เต้นก็จะช่วยให้น้ำหนักลดและก็สามารถที่จะช่วยทำให้เราได้ฟังเพลงได้อย่างเพลิดเพลินที่สุดด้วยเช่นกัน เราเองจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างที่สุดเพื่อที่จะได้เจอกับอะไรที่ดีๆด้วย

                เพราะทุกๆอย่างในเรื่องของสื่อบันเทิงนั้นก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะสื่อบันเทิงจะช่วยทำให้เราได้ไม่ต้องเครียดหรือต้องเจอกับเรื่องทุกข์ใจด้วยเพราะยิ่งเราอยู่กับความบันเทิงได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยทำให้เราได้สนุกสนานมากเท่านั้นเพราะเราก็จะไม่ต้องมานั่งนึกถึงเรื่องเครียดๆเลย

                เราเองจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามแล้วก็ให้ความสำคัญมากๆเพราะว่าความสำคัญในเรื่องของการเต้นนั้นนอกจากจะทำให้เราได้สนุกแล้วยังทำให้เราน้ำหนักลดลงได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้เราก็จะต้องให้ความสนใจให้มากที่สุดเพื่ออะไรที่ดีๆที่จะเกิดขึ้นกับเราเองด้วย

                นอกจากนี้ในเรื่องของการเต้นนั้นอาจจะมีการร้อง เล่น เต้นร่วมกันเป็นกลุ่มไปได้ด้วย เราเองจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามผ่านเลยเพราะว่านอกจากจะได้ลดน้ำหนักแล้วก็จะช่วยทำให้เราได้สนุกกับการเต้นที่มากมายร่วมกับกลุ่มเพื่อนด้วย ในตอนนี้เราเองจึงควรที่จะหาโอกาสและหาเวลาให้เราได้เพลิดเพลินใจอย่างมากที่สุดด้วยจึงจะยิ่งเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากเลย

                การดูสื่อบันเทิงนั้นจะช่วยทำให้เราได้เป็นคนที่ไม่ต้องจมอยู่กับความเครียดเพราะว่ายิ่งเราจมกับความเครียดแล้วนั้นจะยิ่งทำให้เราเป็นคนที่ไม่มีความสุขได้อย่างมากเลยด้วย เราจึงควรที่จะต้องรักในเรื่องของความสุขของตนเองให้มากๆเพราะว่าความสุขเป็นสิ่งที่เราสามารถที่จะหาได้ไม่ยากเลย

                อย่างในการที่เราทำอะไรที่มีความบันเทิงแล้วนั้นก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งเพราะก็จะทำให้เราได้เป็นคนที่มีเรื่องสนุกๆให้กับตนเองได้อยู่เสมอ อันนี้จึงทำให้เรานั้นมีความสุขกับสิ่งต่างๆที่ให้ความบันเทิงกับเราเองด้วย เรื่องความบันเทิงจึงเป็นสิ่งที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจจะเป็นเรื่องที่ดีอย่างที่สุดเลย

การดูหนังหรือละครจะช่วยให้ข้อคิดต่างๆได้

การดูหนังหรือละครจะช่วยให้ข้อคิดต่าง

                ในเรื่องของการดูหนังหรือละครนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องอย่ามองข้ามผ่านเลยและควรที่จะต้องให้ความสำคัญมากๆด้วยจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าในเรื่องของการดูหนังหรือละครนั้นจะมีการให้ข้อคิดมากมายที่ได้จากละครหรือหนังเรื่องนั้นๆด้วย

                เราเองจึงควรที่จะต้องเลือกที่จะคิดตามเพื่อสิ่งที่ดีๆจะได้ยิ่งเกิดขึ้นกับเราเองอย่างยิ่งด้วยเพราะในบางครั้งละครหรือหนังก็มีการให้ข้อคิดที่แตกต่างกันออกไปอย่างยิ่ง ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องใส่ใจให้มากที่สุดกับเรื่องของการดูหนังเพราะอย่างน้อยการดูแล้วให้ข้อคิดที่ดีๆกับเรานั้นก็จะยิ่งช่วยทำให้เรามีความสุขอย่างที่สุด

                การดูละครหรือสื่อบันเทิงนั้นก็จะมีเรื่องราวที่ดีๆอย่างมากมายดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องรู้จักที่จะใส่ใจและเลือกดูละครหรือหนังที่คิดว่าเราดูแล้วได้ประโยชน์ด้วยอย่างถ้าเป็นละครตบตีกันอันนี้เราก็ควรที่จะต้องเลี่ยงบ้างเพราะการดูละครแบบนี้ไม่ได้ช่วยทำให้เราได้ข้อคิดที่ดีๆเลย

                แต่กลับทำให้เรายิ่งมีความเครียดมากขึ้นด้วยนั้นเอง เราจึงควรที่จะต้องเลือกดูหนังหรือละครที่ให้ความสนุกและไม่ได้เครียดแบบนี้ด้วยจะยิ่งดี หากเรารู้จักที่จะให้ความสนใจแล้วก็จะดีอย่างยิ่งเพราะอย่างน้อยข้อคิดจากละครหรือหนังที่เราได้รับมานั้นก็จะช่วยทำให้เราได้ยิ่งมีความเพลิดเพลินใจอย่างที่สุด

                ละครหรือหนังในบางครั้งนั้นก็จะมีข้อคิดที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามเลยอย่างน้อยสิ่งที่เราได้รับนั้นก็จะเป็นตัวอย่างว่าเราอย่าสวรที่จะทำตามละครหรือหนังเพราะอาจจะผิดหรือในบางครั้งหนังก็จะสอนว่าเราควรที่จะต้องทำแบบนี้จะได้ถูกยิ่งขึ้นไป

                เรื่องเหล่านี้จึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญกับเราเองอย่างมากเลยและสำคัญสำหรับใครๆหลายๆคนด้วยเพราะข้อคิดจากหนังหรือละครนั้นจะยิ่งทำให้เราได้มองเห็นหรือได้มีความสะท้อนในตนเองด้วยว่าเราควรที่จะแก้ไขอย่างไรไม่ให้เจอกับเรื่องเหล่านี้ที่เป็นตัวอย่างไม่ดีและเราอย่าทำตาม

                สื่อบันเทิงในตอนนี้จึงมีทั้งสื่อที่ให้ประโยชน์และไม่ได้ให้ประโยชน์ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่ามองข้ามไปเลยจะยิ่งดีต่อตัวเราเองและอีกหลายๆคนด้วยเพราะอย่างน้อยเราก็อย่าเอาสิ่งที่ไม่ดีจากที่เราได้ดูละครหรือหนังมาลอกเลียนแบบหรือทำตามด้วยนั้นเอง อะไรดีๆที่เราควรที่จะจดจำก็ควรที่จะต้องจำเพื่อจะได้ไม่ก้าวผิดพลาดได้ด้วย

สื่อบันเทิงเป็นสื่อที่หลายๆคนขาดไปไม่ได้

Entertainment

                ในปัจจุบันนี้เรื่องของสื่อบันเทิงนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญอย่างที่สุดดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจกับเรื่องของสื่อบันเทิงให้มากๆจะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างที่สุด เพราะการที่เรามีสื่อบันเทิงนั้นก็เพื่อที่จะช่วยทำให้เรานั้นได้มีความสุขและได้มีความผ่อนคลายกันอย่างมาก

                ดังนั้นในเรื่องของสื่อบันเทิงก็เป็นสิ่งที่หลายๆคนจะมองข้ามไปไม่ได้เลยเพื่อสิ่งที่ดีๆจะได้ยิ่งเกิดขึ้นกับเราเองอย่างที่สุดด้วย เราจึงควรที่จะต้องเลือกที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของสื่อบันเทิงให้มากๆอย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เราไม่ทุกข์ใจและก็ไม่เครียดจากการทำงานได้อีกด้วย

                ทุกสิ่งทุกอย่างในเรื่องของสื่อบันเทิงนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะไม่ทำให้หลายๆคนเกิดความเครียดแต่กลับทำให้ร่างกายได้มีเสียงหัวเราะหรือได้หัวเราะจากเรื่องต่างๆที่มากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นเราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจและใส่ใจกับเรื่องของสื่อบันเทิงให้มากๆก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่อย่างยิ่งด้วย

                เพราะทุกๆอย่างสื่อบันเทิงก็จะยิ่งทำให้ได้เพลิดเพลินอย่างมากด้วย คำว่าสื่อบันเทิงนั้นกว้างอย่างมากเพราะว่าไม่ว่าเราจะฟังเพลงหรือร้องเพลงนั้นก็ถือว่าเป็นสื่อบันเทิงแล้ว การติดตามข่าวสารดาราหรือนักร้องหรือแม้กระทั่งการดูรายการที่สร้างเสียงหัวเราะและความผ่อนคลายนั้นก็จะยิ่งดีอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ก็คือสื่อบันเทิงด้วยกันนั้นเอง

                หลายๆอย่างในเรื่องของสื่อบันเทิงนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งที่เราเองก็จะต้องอย่ามองข้ามผ่านเลยเพื่อสิ่งที่ดีๆก็จะยิ่งเกิดขึ้นกับเราเองอย่างน้อยความสุขที่เราไม่สามารถที่จะหาได้จากไหนนั้นก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ในตอนนี้เราสามารถที่จะเลือกหาดูจากโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ตก็ได้อีกเช่นกัน

                เรื่องเหล่านี้จึงถือว่าเป็นสิ่งที่ดีกับเราเองอย่างยิ่ง ถ้าหากเรารู้จักที่จะให้ความสนใจและให้ความสำคัญแล้วก็จะช่วยทำให้เรายิ่งมีสุขภาพจิตใจที่ดียิ่งขึ้นได้ ดังนั้นสื่อบันเทิงก็จะเป็นสื่อที่เข้ามามีบทบาทที่สำคัญอย่างมากกับใครหลายๆคนในตอนนี้ด้วย และยิ่งเราเครียดๆอยู่นั้นแล้วได้มาดูอะไรที่ผ่อนคลายก็จะยิ่งดีต่อเราเองอย่างที่สุด ดังนั้นเราควรที่จะต้องเลือกดูแลในเรื่องของสุขภาพจิตใจของเราด้วยเพราะถ้าจิตใจของเราดีนั้นก็จะทำให้ทุกอย่างในระบบร่างกายของเรานั้นยิ่งแข็งแรงและดูดียิ่งขึ้นด้วย